อาการหนัก...เข้าขั้น...

posted on 28 Jul 2009 22:31 by seventhmoon

..........

..........

..........

 

 

*........นี่อาจจะเป็นเอนทรี่สุดท้ายก็ได้....ละมั้ง


ช่วงนี้ผ่านหลายๆปัญหามาเยอะ ทั้งปัญหารุ่นน้อง ปัญหาเพื่อน ปัญหางาน
สุขภาพร่างกายหลายๆอย่าง แต่ทั้งหมด ก็เหมือนจะผ่านไปได้ด้วยดี

ทั้งที่ตัวเองคิดว่า มันไม่ปัญหาไหนหรอก ที่มันแก้ไม่ได้น่ะ ถ้าแก้ด้วยกายภาพไม่ได้ ก็ที่ใจนั่นแหละ

 

แต่.....

 

 ณ. วันนี้ ไอ้คนที่เคยเข้าไปพัวพัน ผ่านปัญหาหลายๆอย่างมา กลับแก้ปัญหาของตัวเองไม่ได้

มันไม่ใช่ปัญหาเรื่องเล่นๆเช่น เรื่องเฟลเพราะตัวเองทำอะไรเกี่ยวกับงานอดิเรกออกมาได้ไม่ดี

แต่มันเป็นเรื่องของอนาคตในการทำงาน อนาคตชีวิต เส้นทางชีวิตเลย

ตอนนี้ความเครียดฝังลึกภายใต้จิตใต้สำนึก มันสะสมเป็นทวีคูณและพร้อมทะลักออกทุกเมื่อ

และคิดว่า ต่อให้เล่าให้ฟัง มันก็คงยังแก้ไขไม่ได้อยู่ดี เพราะมันเป็นปัญหาส่วนตัวที่ตัวเองต้องแก้ด้วยตัวเอง

บางคนอาจจะคิดว่า "ไอ้นี่ อะไรเนี่ย ไม่เล่าแล้วจะรู้เรอะว่าเป็นอะไร"

เล่าให้ฟังน่ะได้

 

 ความจริงน่ะ ผมชอบคิดนะ ว่าเรียนไปแล้วจะทำงานอะไรได้ แล้วเราอยู่กับมันไหวหรือเปล่า เมื่อก่อนนี้เคยเรียนญี่ปุ่นแล้วออกมา เพราะคิดว่า เราอยากได้มันในการใช้ติดต่อกับเพื่อนๆมากกว่าที่จะทำงานล่ามอะไรเงี้ย

เลยย้ายมาเรียนสายศิลป์ที่เราชอบ พวกวาดรูปอะไรเงี้ยดู ก็ไม่ทันได้คิดจนละเอียด ก็เจอปัญหาอีหรอบเดิม

เมื่อก่อนเคยคิดว่า ถ้าเรื่องอะไรที่ตัวเองชอบแล้วมันจะได้ดี ผิดเลย มันแล้วแต่คนจริงๆ

บางคนเรียนแล้วผ่านไปได้ด้วยดี บางคนเรียนแล้ว....เริ่มที่จะเกลียดมัน และในที่สุดก็ยอมรับไม่ได้

 

ช่วงนั้นทำให้เรารู้สึกท้อมาก ท้อกับอะไรหลายๆอย่าง จนพร่ำบ่นกับพ่อว่า ถ้าไม่เรียนต่อมหาลัยแล้วเรียนเสริมเป็นหลักแทนแล้วไปต่อต่างประเทศอะไรอย่างนี้จะดีหรือเปล่า เรารู้สึกว่าความรู้ที่เราได้นั้นมันมากกว่าเมื่อเรียนหลายๆคน (เราถนัดกับการเรียนไพรเวทมากกว่า รู้สึกมันเป็นกันเองกว่า) ซึ่งพ่อเราก็บอกว่า พ่อเราก็ต้องการให้เป็นแบบนั้นแหละ ต้องการให้ได้ความรู้มากกว่า เสียเงินเท่าไหร่แกไม่คิดอะไรมาก

เราวางใจพ่อเรามาก เพราะท่านเป็นคนเดียวที่คุยกับเราได้อย่างเปิดอกเป็นที่สุด กับแม่นี่ เล่นกันธรรมดาเรายังจะดีดกันเองเลย เหมือนแม่เหล็กขั้วเดียวกัน แต่ท่านก็มีส่วนน่ารักของท่านนะ

แต่วันที่ทำเราเริ่มเก็บกดมาก็คือ

อยู่มาวันนึงที่แกพูดกับเรา "เรียนๆไปเถอะ มาถึงขั้นนี้แล้ว ไม่มีโอกาสเลือกใหม่แล้ว"  

เราอึ้ง....ไม่นึกว่าแกจะเอาเรื่องที่สะกิดแผลใจมาพูด

เราพยายามทำให้ได้ดีที่สุดอย่างที่พ่อว่านะ ทีี่แรกท่านบอกว่า เดี๋ยวไว้เป็นยังไงค่อยว่ากัน เรียนๆไปก่อน ไม่ไหวค่อยว่ากันอีกที

แต่พอท่านมาพูดแบบนี้ เหมือนแผลในใจมันถูกสะกิดจนเลือดไหลอีกรอบ เราก็รับปาก ว่าเราจะทำตามที่พ่อบอก

 

ปัจจุบัน.....แผลนั้นมันติดเชื้อแล้ว

เรารู้สึกตัวเราปิดกั้นตัวเองมากขึ้น ไม่ไว้ใจใครมากขึ้น แม้แต่พ่อแม่ของเราเอง ขนาดเพื่อนเองด้วย เราพยายามจะหัวเราะตามพวกเค้าน่ะ เพื่อปิดแผล ไม่ให้มันผุดขึ้นมาอีก

ท้ายสุด มันก็แค่สวมหน้ากากชัดๆ...

 

ยิ่งผ่านไป มันยิ่งแรงขึ้นเรื่อยๆแล้ว ตัวเราเองพยายามทำตัวให้ร่าเริงแจ่มใส ไม่ให้เป็นปัญหาคนอื่น

ท้ายสุด....มันก็เป็นหนองไปแล้ว ความเครียดที่สะสมมานานมันระเบิดออกมา

มือขวาที่เป็นมือขนัด จับปากกา จับดินสอไม่ได้ ไม่เคยเป็นขนาดนี้มาก่อน เหมือนตัวเองกำลังกลัวมัน

เริ่มเกิดอาการคิดสั้นหลายๆกรณี

จะหักข้อมือตัวเองบ้างล่ะ เดินไปหยิบมีดมาเล่นบ้างล่ะ
ถ้ามันไม่ติดอะไรคงเอามันแทงคอตัวเองไปแล้วมั้งน่ะ

แต่มันเป็นอะไรที่โง่นะ ทำร้ายตัวเองเผื่อให้ความเจ็บปวดทางใจหายน่ะ

ผลตามหลังแย่กว่าเดิมอีก คิดได้แค่นั้นแล้วก็วางมือไป

 

เลยมานั่งสงบตัวเอง...

แค่คิดเท่าันั้นแหละ น้ำย่อยย้อนขึ้นจะอ้วก....

นี่ตูอาการหนักแล้วใช่ไหมเนี่ย...

ต้องไปหาหมอจิตแล้วใช่ไหมน่ะ....

เหมือนร่างกายนี้ขับเคลื่อนด้วยจิตใจล้วนๆเลย ถ้าจิตตกลงไป ร่างกายก็แย่ตาม

จะเอาไงกับความอ่อนแอของตัวเองดีเนี่ย...

 

ท่านบอกเราหลายๆอย่าง เพื่อให้เราคงอยู่ต่อ ว่า 2 ปีนี้เสียไป 2 แสนแล้วนะที่เรียนมาน่ะ

เพราะงั้น เราจะพยายามเต็มทีตามที่ท่านต้องการ ตามที่ท่านหวังให้ได้......ให้ได้ครบท้วนตามเงินที่ท่านส่งเสียให้ผมเรียนมาตลอด จะไม่ท้อเพราะเรื่องง่ายๆอีกแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

ขอโทษครับ.....ขอโทษฮะ คุณพ่อคุณแม่.....

ดูเหมือนผมจะเป็นเด็ก เป็นลูกที่ไม่ได้ความจริงๆ....

2 ปี กับ 2 แสน 18 ปีที่เหลือไม่รู้หมดไปกี่ล้าน.....

ผมไม่รู้จะทดแทนยังไงดี ทั้งชีวิตก็ยังไม่พอคืน

ผมไม่กล้าที่จะพูดเถียงกับท่าน ไม่กล้าขัดบัญชาท่าน

แต่ทั้งๆที่ท่านให้สิทธิ์เราเลือกแล้วแท้ๆ แต่เรากลับทำไม่ได้

ตอนนี้....ผมไม่กล้าแม้แต่จะคุยกับท่านแล้ว....

และตอนนี้ผมร้องไห้ไม่ออกแล้ว.....

กลับไปเป็นแบบเก่าก็ดีเหมือนกัน

ทุกสิ่งทุกอย่างจะยังคงเก็บไว้ในใจ ไม่ต้องแสดงออกมา

เพราะแสดงไป จะทำให้ท่านหรือคนอื่นลำบากใจซะเปล่าๆ......

ขอโทษด้วยครับ ผมไม่อยากจะทำให้ใครลำบากใจ ต้องมาเครียดเพราะผมอีกแล้ว

ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ เพื่อนๆ หรือคนสำคัญ

ผมไม่อยากเป็นคนไร้ค่าในสายตาหลายๆคน

ถึงได้พยายามอยู่ได้จนทุกวันนี้

แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ค่อยได้เรื่องได้ราวเอาซะเลย

ยังไงซะ..

คุณพ่อคุณแม่ครับ...

"ขอบคุณที่ให้ผมได้เกิดมา ได้พบพานอะไรดีๆในชีิวิตมากมาย"

และ

"ขอโทษครับที่ผมเกิดมาเป็นภาระต่อท่านและโลกใบนี้......"

 

 

 

 

.......บางทีผมอาจจะจริงจังกับอนาคตมากเกินไป?

หรือบางทีผมอาจจะคิดมากเกินไป?
หรือบางทีผมอาจจะเครียดมากเกินไป?
หรือบางที......

ผมอาจจะเครียดจนบ้าไปแล้ว?
 

ผมไม่คิดจะฆ่าตัวตายหรอก....
เพราะผมยังไม่คืนบุญคุณพ่อแม่ที่ชุบเลี้ยงผมมา....

ยังไม่ได้ทำตามสัญญาของหลายๆคนให้เป็นจริงเลยด้วย

ถ้าตายไปหลายๆคนคงไม่ยินดีแหงๆ ยิ่งพ่อแม่ของตัวเองแล้วด้วย

ถ้าโลกนี้มันหาความสุขไม่ได้ ก็ขอพร้อมจะรับความทุกข์กันให้อิ่มกันไปข้างนั้นแหละ

ตอนนี้ก็เริ่มอิ่มจนจะอ้วกแล้ว เครียดลงกระเพาะ OTL

แต่จะขอหายไปซักพัก เพื่อแก้ปัญหาของตัวเอง ปิดการติดต่อสื่อสารทุกชนิด

ขอใช้สมาธิสงบใจกับตัวเองซักช่วงนึงเถอะ แต่จะเปิดคอมเมนท์ไว้ หากมีอะไรจะติดต่อ

หากดีขึ้น ปิดแผลใจนี้ได้ (ต่อให้จะไม่สนิทก็เถอะ) อาจจะกลับมาดู 

ถ้าไม่ดีขึ้น อาจจะหายไปยาว เพราะไม่รู้ว่าจะเคลียร์กับตัวเองได้เมื่อไหร่ 

ถึงได้ขึ้นไว้ก่อน ว่าอาจจะเป็นเอนทรี่สุดท้าย ที่จะเขียนขึ้นในบลีอคแห่งนี้

 

สำหรับหลายๆคนอาจจะคิดว่าผมเป็นคนร่าเริงนี่ได้ทุกสถานการณ์

พร้อมระบายทุกเมื่อเมื่อมีปัญหา

ผิดนะฮะ ผมเก็บกด...ตัวพ่อเลย

ถ้าเรื่องที่ร่วมแก้กันได้ ก็จะพยายามเล่าสู่กันฟังแหละ แต่เรื่องส่วนตัวนี้

คงจะเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ....ทุเรศเนอะ ตัวผมเนี่ย...

ตอนนี้ก็คงได้แค่ เดินหน้าต่อไปให้ได้ดีทีุ่สุดนั่นแหละ

ไม่งั้นคงได้เป็นได้แค่คนขี้สำออย ที่ไร้ค่าไปวันๆ

 

ขอบคุณทุกๆคนที่เป็นห่วงมากๆครับ
และขอโทษ ที่ทำให้เป็นห่วงมากๆด้วย